( ไม่ใช่โฆษณา แต่ อวยใส้แตก แหกใส้ฉีก SolarEdge ห้ามลอกเลียนแบบครับ )

SolarEdge (Episode3) จบแล้วครับนาย!!!

จาก ว่าด้วยเรื่องอินเวอร์เตอร์ ออนกริด ยี่ห้อ SolarEdge (Episode1) และ ว่าด้วยเรื่องอินเวอร์เตอร์ ออนกริด ยี่ห้อ SolarEdge (Episode2) กล่าวถึงไปแล้ว 6 ข้อ

ตอนนี้ มาว่ากันเรื่องข้อกังวล และคำถามเกี่ยวกับ อินเวอร์เตอร์ โซล่าเอดจ์

 1.อุปกรณ์ Power Optimizer เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แล้วนำไปติดตั้งใต้แผงโซล่าเซลล์ ที่อากาศร้อนอิ๊บอ๊ายเลย มันจะทนไหวเรอะ เดี๊ยวก็พังอ๊ะดิ๊ !!!

  +++ ใช่ครับ เป็นข้อกังวลที่ SolarEdge เค้าก็รับรู้และรับทราบ ก็เลย การันตี หรือ รับประกัน หรือ Warranty อุปกรณ์ Power Opimizer ระยะเวลา 25 ปี ดังนั้นถ้าเสียเค้าเปลี่ยนให้ (ที่ทางทีมงานใช้มา 2 ปี ก็ยังไม่เคยเจอเสีย แต่นานๆไปก็ยังตอบไม่ได้ครับ ต้องให้ระยะเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์)

 

2.แล้วอินเวอร์เตอร์ จะเสียง่ายรึป่าว อึด ถึก ทน รึป่าว ไม่ใช่ว่า ใช้ได้แค่ ปี 2ปี พังซะแล้ว !!!

+++ เค้ารับประกัน ตัวอินเวอร์เตอร์ 12 ปี ครับ และ สามารถซื้อประกันเพิ่มเป็น 20 ปี   โดยอาจเพิ่มเงินแค่หลักหมื่น

3.เอ้า แล้ว SolarEdge  เทคโนโลยีจากประเทศอิสราเอล มีอินโนเวชั่นจริงแหล่ะ แต่เชื่อถือได้รึป่าว ไม่ใช่ว่า ขายของเสร็จแล้วปิดหนีไปเลย ไม่รับผิดชอบที่ให้การรับประกันไว้หล่ะ !!!

+++ อันนี้ก็ต้องให้ระยะเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ แต่พอที่จะเชื่อได้ว่าไม่หนีหายไปไหน อย่างหนึ่งก็คือ SolarEdge จดทะเบียนหุ้น ในตลาด NASDAQ ( National Association of Securities Dealers Automated Quotations : ตลาดหลักทรัพย์แห่งที่2 ของอเมริกา และเป็นแห่งแรกที่ซื้อขายด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ปัจจุบันเป็นตลาดที่มีบริษัทเข้ามาจดทะเบียนมากที่สุด ) ดูราคาหุ้นที่นี่ครับ https://www.nasdaq.com/symbol/sedg

4.แล้วตัวแทนในไทย หล่ะ เชื่อถือได้ป่าว !!!

+++ อันนี้ก็ไม่รู้สินะ ต้องถาม โซโลมอน (ตัวแทนจำหน่ายเจ้าเดียวในประเทศไทย) โดยตรงเองครับ (ทีมงานโซล่าฮับ ไม่ขอตอบครับ ต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ อีกเช่นเคย)

5.แล้วเรื่องการติดตั้ง Power Optimizer ยุ่งยากรึป่าว แทนที่จะติดแผงฯอย่างเดียว ต้องมาติดตั้ง Power Optimizer อีก !!!

+++  มันก็ต้องยุ่งยากกว่าอีกหน่อยแหล่ะ

        *ถ้ามองในแง่ของ Owner (หรือผู้ว่าจ้าง) ถ้าดูใน BOQ ก็ต้องมีค่าแรงติดตั้งPower Optimizer เพิ่มขึ้น แต่ก็แลกกับข้อดีที่กล่าวไปแล้ว ใน Episode1  และ Episode2

        *ถ้ามองในแง่ผู้รับเหมาติดตั้ง ก็ต้องคิดค่าติดตั้ง Power Optimizer เพิ่มแหละครับ  สำหรับการติดตั้ง ดูรูปตัวอย่างการติดตั้งด้านล่าง (ขอบคุณข้อมูลจาก SOLOMON)

6.ราคาแพงกว่าอินเวอร์เตอร์ แบบทั่วไป อ่ะดิ๊ เพราะต้องมีทั้งตัวอินเวอร์เตอร์และตัว Power Optimizer !!!

+++ มีทั้ง ถูกต้อง และไม่ถูกต้อง

       * ถ้าเทียบราคาเฉพาะอุปกรณ์ ของ SolarEdge กับอินเวอร์เตอร์ยี่ห้ออื่น แล้วSolarEdge แพงกว่าจริงครับ แต่ก็แลกกับคุณสมบัติที่เพิ่มขึ้น ตามที่ได้กล่าวมา

       * แต่หากเราติดตั้งระบบที่มีขนาดมากกว่า 100 kWP. ขึ้นไป ซึ่งเราต้องใช้อินเวอร์เตอร์ขนาด 25 kW. หรือ 27.6 kW. ถ้าหากมองในภาพรวมของทั้งระบบ ราคาอาจจะถูกกว่า อินเวอร์เตอร์ยี่ห้ออื่น เพราะ SolarEdge 25 kW. หรือ 27.6 kW. มีแค่ 3 String ทำให้เราประหยัดค่าสายไฟฟ้า DC (ยี่ห้ออื่น อาจจะมี 5 หรือ 6 String ซึ่งก็จะเปลืองสายไฟ DC มากกว่า) 

        * และประกอบกับ SolarEdge มีอุปกรณ์ Surge Protection, DC Switch ในตัวเอง ซึ่งตรงนี้ก็จะทำให้ประหยัดได้อีกเพราะ ถ้าเป็นยี่ห้ออื่นอุปกรณ์นี้ไม่มี ซึ่งทำให้ต้องติดตั้ง ชุด DC Combiner Box เพิ่มอีก ( ซึ่งมี Surge Protection, DC Switch และจุดรวมสาย )

 

มันจบแล้วครับนาย!!!

บทความที่เกี่ยวข้อง

ว่าด้วยเรื่องอินเวอร์เตอร์ ออนกริด ยี่ห้อ SolarEdge (Episode1)

ว่าด้วยเรื่องอินเวอร์เตอร์ ออนกริด ยี่ห้อ SolarEdge (Episode2)

--------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัว ของทีมงานโซล่าฮับเท่านั้น ห้ามนำไปอ้างอิงเป็นมาตรฐานใดๆทั้งสิ้น และจะไม่รับผิดชอบใดๆ หากท่านนำไปอ้างอิงนะครับ